‘ปลุกความหวัง เติมพลังใจ สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน’ ในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ด้วยชุดเครื่องมือ GRIs

จากรายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัว ปี 2023 ของ คิด for คิดส์ พบว่าเด็กและเยาวชนไทย….

  • เติบโตในครัวเรือนเปราะบางทับซ้อนและยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤต
  • เผชิญปัญหาเครียดและซึมเศร้า แต่เข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้ไม่ทั่วถึง
  • ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงเป็นจำนวนมากขึ้นในรูปแบบที่ซ่อนเร้นยิ่งขึ้น
  • ไม่ได้รับการฟื้นฟูภาวะการเรียนรู้และพัฒนาทักษะจำเป็นจากระบบการศึกษา
  • มีงานที่ดีและสอดคล้องกับความฝันได้ยากขึ้น
  • ฝันถึงสังคมใหม่อย่างหลากหลายแต่ระบบการเมืองไม่เปิดกว้างและรับฟัง

ความท้าทายข้างต้นคือสิ่งที่เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ำว่าการสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในการเยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้นและเสริมความเข้มแข็งทางจิตใจให้เด็กและเยาวชนเป็นโจทย์ที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องให้ความสำคัญ

บทความนี้ จึงอยากชวนไปดูนวัตกรรม ‘ชุดเครื่องมือ GRIs’ หรือ Growth and Resilience Interventions for Vulnerable Children ที่ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อหวังนำกระบวนการจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เข้าไปเป็นเมล็ดพันธุ์ของกิจกรรมที่มีความยืดหยุ่น สามารถใช้เป็นต้นทุนในการทำงานเพื่อเสริมความเข้มแข็งทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน ให้พร้อมต่อการเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และความสัมพันธ์

โดย GRIs สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการทำงานกับเด็กได้ตั้งแต่ระดับเด็กกับเด็กเอง ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน สถานพยาบาล รวมไปถึงพื้นที่ที่ดูแลเด็กกลุ่มเปราะบางหรือเด็กที่มีความเสี่ยงอยู่ในวงจรอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บ้านพักเด็ก หน่วยงาน NGO และหน่วยงานภายใต้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นต้น

จุดเริ่มต้นของ GRIs

เกิดจากการเล็งเห็นถึงช่องว่างทางการทำงานฟื้นฟู และป้องกันกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ ทำให้บริษัท Life Education (Thailand) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก และ Save the Children ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำงานวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการรู้คิดสำหรับเด็กฯ ผ่านการทดลองร่วมกับน้อง ๆ ที่ผ่านเรื่องราวที่กระทบกระเทือนทางจิตใจ กว่า 3 เดือนและพัฒนาเป็นเครื่องมือ GRIs

GRIs ทำงานอย่างไร

เครื่องมือ GRIs มุ่งเน้นการทำงานเพื่อพัฒนาทักษะการรู้คิดให้เด็กและเยาวชนมีวิถีคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ที่มีความสำคัญต่อการตีความ ตัดสินใจ และลงมือทำ ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก นอกจากนี้ GRIs ยังมุ่งเน้นให้มีความยืดหยุ่นแข็งแกร่งทางจิตใจ (Resilience) อันประกอบไปด้วย 6 ด้าน ได้แก่

โดยการเสริมสร้างวิถีคิดแบบเติบโตและความยืดหยุ่นแข็งแกร่งทางจิตใจ ทั้ง 6 ด้าน ถูกออกแบบบน 3 แนวคิดหลัก คือ

  • แนวคิดการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT: Cognitive Behavioral Therapy
  • แนวคิดการเสริมคุณค่าภายในตนเองผ่านจิตวิทยาเชิงบวก (Positive psychology)
  • การใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเกม (game-based learning)

บูรณาการออกมาเป็นกระบวนการหลัก 8 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งยังประกอบไปด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลายกว่า 26 กิจกรรม จาก 25 เครื่องมือ ทั้งนี้ ผู้นำกระบวนการสามารถเพิ่มหรือขยายจำนวนครั้งได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรน้อยกว่า 8 ครั้ง เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

‘โรงเรียน’ คือหนึ่งเป้าหมายสำคัญในการขยายผลเครื่องมือ GRIs

ดังที่ปัจจุบันเด็กนักเรียนมักพบเจอกับความเสี่ยงหรือตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงที่หลากหลาย ตามที่ปรากฎในหน้าข่าวหรือพบเห็นได้จากคนรอบตัวของเราเองบ่อยครั้ง อาทิ การถูกทำร้ายร่างกาย การถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือทำอนาจาร การถูกกลั่นแกล้งรังแกบูลลี่ ซึ่งผู้กระทำความรุนแรงอาจเป็นได้ทั้งบุคคลในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน ครู และบุคคลแปลกหน้า รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต ภาวะความเครียด ซึมเศร้า กดดันจากปัญหารูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจมองข้าม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้เด็กไทยหลายคนหลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop out) และเสี่ยงตกอยู่ในวงจรอาชญากรรม

‘โรงเรียน’ จึงเป็นหนึ่งพื้นที่เป้าหมายของการขยายผล GRIs ในฐานะ First Aid หรือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยมีเป้าหมายทั้งการป้องกัน (Prevention) เสริมพลังภายใน (Empowerment) และการพื้นฟู (Rehabilitation) ให้แก่นักเรียนทุกกลุ่ม ซึ่งคุณครูถือได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสอดส่องดูแล รับฟังปัญหา และสร้างเสริมศักยภาพให่แก่เด็ก

เมื่อวันศุกร์ ที่ 28 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ทีมผู้พัฒนาได้ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อขยายผลชุดเครื่องมือ GRIs ในพื้นที่สถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน (สพม.ลำปางลำพูน) ให้แก่ตัวแทนคุณครู 47 ท่าน จากโรงเรียนทั้งหมด 44 แห่ง

โดยคุณครูหลายท่านเห็นตรงกันว่าความขัดแย้งในเด็กหรือภาวะความเครียดซึมเศร้า ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาในการขาดพื้นที่ปลอดภัยในการทำความรู้จักตัวเองและคนรอบข้าง หนึ่งในทักษะที่จำเป็นของครูจึงคือการริเริ่มความสัมพันธ์ เปิดบทสนทนา สร้างพื้นที่ทำให้เด็กรู้จักตนเอง เห็นคุณค่าภายใน และเรียนรู้ความแตกต่างของกันและกัน

ในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้คุณครูในฐานะผู้นำกระบวนการเข้าใจฐานคิดและที่มาของเครื่องมือ GRIs โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานความรู้เรื่องแนวคิดการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT: Cognitive Behavioral Therapy) และจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) เพื่อให้การสะท้อนคิด และการนำกระบวนการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นอธิบายวิธีนำกิจกรรมในแต่ละกระบวนการ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำกระบวนการใช้เครื่องมือ GRIs ร่วมกับนักเรียน

นอกจากนี้ คุณครูทุกท่านยังได้ทดลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้ชุดเครื่องมือ เช่น เกมรู้จักฉันรู้จักเธอ และกิจกรรมการทายจุดแข็งหรือการเล่น Strengths cognitive game ที่ถือเป็นไฮไลท์ของกล่องกิจกรรมนี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ลองทบทวนจุดแข็งของตัวเองพร้อมทำความรู้จักจุดแข็งของผู้เข้าร่วมท่านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มพลังบวกให้กันและกัน บรรยากาศการอบรมจึงเต็มไปด้วยความสนุก เสียงหัวเราะและการสนทนาผ่านการเล่นกิจกรรมที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความคิดและมุมมอง

โดยตัวแทนคุณครูสะท้อนความคิดเห็นภายหลังการทดลองทำกิจกรรมว่า

“เหมือนได้ส่องกระจกบานอื่น ที่ไม่ใช่บานเดิมที่เราเคยส่อง รู้จักตัวเองในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้เปิดใจกับเพื่อนมากขึ้น”

“ปัจจัยความสำเร็จของกิจกรรมคือการดึงให้ทุกคนร่วมมือกัน เพื่อทำให้ทุกคนกล้าสะท้อน แลกเปลี่ยน และพัฒนาตนเองได้มากขึ้น”

ทีมงานได้มอบชุดเครื่องมือ GRIs ให้แก่คุณครูผู้เข้าร่วมอบรมจากทั้ง 44 โรงเรียน เพื่อนำไปขยายผลกับนักเรียนของโรงเรียนตนเองต่อไป ผ่านการใช้เครือข่ายของเพื่อนนักเรียน สร้างระบบเพื่อนช่วยเพื่อนหรือเพื่อนที่ปรึกษา ตามแนวคิด Youths Empower Youths ในการช่วยกันสังเกตดูแลสอดส่อง เป็นพื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน และมีครูเป็นผู้ช่วยสร้างบรรยากาศเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ฝึกฝนและพัฒนาด้วยตนเองผ่านการเรียนรู้ เช่น ในช่วงเวลาของคาบแนะแนว คาบชุมชน ช่วง Home Room หรือจัดเป็นหลักสูตรวิชาตลอดทั้งเทอมการศึกษา เป็นต้น

เพราะทุกคนล้วนต้องการ Support System การสร้างพื้นที่รองรับสภาวะจิตใจของเด็กให้รู้สึกปลอดภัย มีตัวตน มีคุณค่า ถูกรับฟัง และเสริมความเข้มแข็งทางจิตใจ คือกุญแจสำคัญในการลดทอนอิทธิพลของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และประคับประคองพวกเขาท่ามกลางสภาวะสังคมที่มีความท้าทายและสถานการณ์ปัญหาหลากหลายเช่นนี้

สำหรับท่านใดที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ GRIs สามารถเรียนผ่าน course online ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ที่ [ลิงก์นี้]

หากสนใจนำเครื่องมือไปใช้หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางอีเมล info.lifeeducation@gmail.com หรือ Facebook เพจ Life Education Thailand

เอกสารประกอบการเขียน

  1. เด็กและครอบครัวไทยในสองทางแพร่ง: รายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัว ประจำปี 2023 โดยศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2566 หน้าที่ 3
  2. เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ฟรี สำหรับผู้ดูแลเด็กที่ต้องการช่วยให้เด็กเกิดทักษะการรู้คิดมากกว่าที่เคย
  3. จากช่องว่างของการทำงาน สู่การสร้างนวัตกรรม ด้วย ชุดเครื่องมือ GRIs

Share this article: