ที่มาและความสำคัญ

จากการเก็บข้อมูลตลอด 1 ปี มีเด็กอายุ 2-17 ปี จำนวนมากกว่า 1 พันล้านคนหรือคิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กทั่วโลก ที่ประสบกับความรุนแรง ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่เกิดขึ้นทางร่างกาย ทางเพศ ทางจิตใจหรืออารมณ์ นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ ได้รับการดูแลแบบปล่อยปละละเลยจากครอบครัวและสังคม และความยากจนที่ซ้ำซอนที่มีอัตราเพิ่มมากขึ้นกว่า ร้อยละ 10 อีกทั้ง สถานการณ์ความเครียด สุขภาพจิตของเด็กและผู้ดูแลเด็กทั้งในและนอกระบบการศึกษา ล้วนเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลความเสี่ยงต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว และอาจเข้าไปมีสวนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งในสถานะของเหยื่อและผู้กระทำ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่เป็น วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่มีความไวต่อแรงกระตุ้นภายนอกทั้งด้านอารมณ์และพฤติกรรมอย่างมาก

เราจึงมองหาการทำงานกับต้นทุนทางจิตใจคือ การทำงานที่มุ่งเนนการพัฒนาทักษะการรูคิด (cognitive ability) การเสริมสร้างวิถีคิดแบบเติบโต (growth mindset) และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเข้มแข็งทางจิตใจ (resilience) ซึ่งกระบวนการรูปแบบนี้ มุ่งหวังให้บุคคลที่อยู่แวดล้อมเด็กเป็นผู้ทำหน้าที่ในการเสริมสร้างและฟื้นฟูความเข้มแข็งทางจิตใจได้ 

จึงได้สร้างนวัตกรรมการทำงานในรูปแบบความรู้พร้อมใช้เพื่อการพัฒนาทักษะการรู้คิด (Growth and Resilience Interventions for Vulnerable children; GRIs) ซึ่งได้บูรณาการความรู้ทางจิตวิทยา เชิงบวก (positive psychology) การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (cognitive behavioral therapy; CBT) และ การใช้กระบวนการเกมเพื่อการเรียนรู้ (game based learning) ทั้งคู่มือ เครื่องมือ เกม และเอกสารความรู้ รวมไปถึงหลักสูตรออนไลน์สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่สนใจเรียนรู้และนำชุดเครื่องมือไปใช้เบื้องต้น 

รายละเอียดชุดเครื่องมือ GRIs 

Growth and Resilience Interventions for Vulnerable children (GRIs) มุ่งเน้นเป้าหมายเพื่อช่วยเสริมสร้างวิถีคิดแบบเติบโต (growth mindset) และความยืดหยุนแข็งแกร่งทางจิตใจ (Resilience) ให้กับ ผู้เข้าร่วมกระบวนการ ทั้งนี้ยังได้นำเอาองค์ประกอบจากแนวคิดการเสริมสร้าง Resilience ของ University of Pennsylvania (UPenn) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบโปรแกรมฯ ประกอบ ด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 

  1. ความตระหนักรู้ในตนเอง (Self – Awareness) คือ ความสามารถในการตระหนักรู้ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และรูปแบบการตอบสนองต่อเหตุการณต่าง ๆ ของตนเอง
  2. ความสามารถในการบังคับตนเอง (Self – Regulation) คือ ความสามารถในการเปลี่ยนความคิด อารมณ์พฤติกรรมและการแสดงออกเพื่อให้ได้ผลลัพธที่ต้องการ
  3. ความคล่องแคล่วทางจิตใจ (Mental Agility) คือ ความสามารถในการมองสถานการณ์จากมุมมองที่หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์และยืดหยุ่นในการตัดสินใจโต้ตอบกับเหตุการณ์
  4. คุณลักษณะที่เป็นจุดแข็ง (Strengths of Character) คือ ความสามารถในการใช้จุดแข็งเชิงบวกของตนเองเอาชนะความท้าทายและสร้างชีวิตที่สอดคล้องกับคุณค่าภายในจิตใจของตน
  5. สายสัมพันธ์ (Connection) คือ ความสามารถในการสร้าง และรักษาความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง รวมถึงการมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับบุคคลรอบตัว สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังใจในการใช้ชีวิตได้
  6. การมองโลกแบบมีความหวัง (Optimism) คือ ความสามารถในการสังเกตและออกแบบความคาดหวังเชิงบวก โดยมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สามารถควบคุม และการดำเนินการอย่างมีเป้าหมาย

โดยมีรายละเอียด 26 กิจกรรม 

แบ่งเป็นกระบวนการ 8 ครั้ง ดังต่อไปนี้ 

ครั้งที่ 1 การแนะนำตัว ทำความรู้จักกันแบบเชิงบวก 

ครั้งที่ 2 เรียนรู้วิธีการจัดการและที่มาการเกิดขึ้นของอารมณ์ 

ครั้งที่ 3 ร่วมกันคนหาจุดแข็ง และอารมณ์เชิงบวกกันเถอะ 

ครั้งที่ 4 มาจัดการความคิด จัดการความคิดไม่ดีออกจากเรากัน 

ครั้งที่ 5 เราที่ดีที่สุด คือเราที่เป็นแบบไหน 

ครั้งที่ 6 กาวต่อไปที่ดีกวาเดิม 

ครั้งที่ 7 เรียนรู้และจัดการเพื่อสร้างคุณค่าในความสัมพันธ์ในชีวิตของเรา 

ครั้งที่ 8 คุณค่าและเป้าหมายในชีวิตของเรา

Partner 

  • บริษัท ไลฟ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
  • มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชนทางเพศจากเด็ก (ประเทศไทย) (ECPAT Foundation)
  • องค์การช่วยเหลือเด็กระหว่างประเทศ (ประเทศไทย)  (Save the Children, Thailand)
  • ชมรมจิตแพทยเด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย
Share this article: